กำเนิดอินเตอร์เน็ตและอินเตอร์เน็ตประเทศไทย
อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้ใช้มากที่สุดในโลก โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ ส่วนที่หนึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกเป็นร้อยล้านเครื่อง ส่วนที่สองเป็นสารสนเทศ หรือข้อมูลที่เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหลายในเครือข่าย จากคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ก็สามารถเปิดดูข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ทั้งเครือข่าย
อินเตอร์เน็ตเริ่มจาก
สหรัฐอเมริกาคิดพัฒนาระบบที่ต่อมากลายเป็นอินเทอร์เน็ต เริ่มมาจากการที่สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียม “สปุตนิก” ประธานาธิบดี ดไวท์ ดี ไอเซนฮาว ของสหรัฐอเมริกาต้องประกาศตั้งโครงการ “ดาร์ปา (DARPA = Defense Advanced Research Projects Agency)” หรือองค์กรวิจัยชั้นสูงทางการทหารเพื่อแข่งขันกับโซเวียต โดยโครงการดาร์ปามีกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบ
กำเนิดอินเทอร์เน็ต
พ.ศ. 2512 อินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้นในชื่อของอาร์ปาเน็ต (ส่วนชื่ออินเทอร์เน็ตนั้นเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2517) โดยการติดตั้งคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ลอสแองเจลิส หรือ “University of California at Los Angeles” แล้วเชื่อมโยงอีก 3 เครื่อง รวมเป็นเครือข่าย 4 เครื่องที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัย ยูทาห์
ต่อมาจึงทำให้เกิดข้อตกลงกำกับอินเทอร์เน็ตหรือ “RFC = Request for Comment” เรื่องแรกคือ เรื่องซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในแม่ข่าย (Host Software) เอ็นเอสเอฟได้มอบหมายให้ “USC = University of Southern California” โดย ดร. จอน พอสเทล เป็นผู้ดูแลระบบเชื่อมโยงชื่ออาณาเขต
พ.ศ. 2514 อาร์ปาเน็ตขยายเป็น 14 จุดและต่อมาขยายเป็น 19 จุด ใน พ.ศ. 2515 เรย์ ทอมลินสัน เสนอระบบอีเมล์ (E-mail) จอน พอสเทล ประกาศ “อาร์เอฟซี 354” เรื่องการส่งแฟ้มข้อมูลหรือเอฟทีพี (FTP) และโรเบิร์ต คาห์น (Robert Kahn) จัดสาธิตระบบอาร์ปาเน็ต ให้กับสาธารณชนเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2516 เริ่มมีสถาบันต่าง ๆ ถึง 30 แห่ง เชื่อมต่อกับเครือข่ายอาร์ปาเน็ต และในปีนั้นวินท์ เซิร์ฟ และบ๊อบ คาห์น ได้เสนอโปรโตคอลการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งต่อมาเป็นมาตรฐานอินเทอร์เน็ต ต่อมามีการกล่าวขานกันว่า วินท์ เซิร์ฟ เป็นบิดาอินเทอร์เน็ต
พ.ศ. 2517 วินท์ เซิร์ฟ และ บ๊อบ คาห์น ได้บัญญัติศัพท์คำว่า “อินเทอร์เน็ต” ขึ้นใช้เป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2520 วินท์ เซิร์ฟ และบ๊อบ คาร์น จัดสาธิตอินเทอร์เน็ตนานาชาติครั้งแรก
พ.ศ. 2522 เดฟ ครอกเกอร์ กับ จอห์น วิททาล ประกาศ “อาร์เอฟซี 733” เรื่องข้อกำหนดอีเมล์
พ.ศ. 2524 ก็มีการก่อตั้งคณะกรรมการสถาปัตยกรรมอินเทอร์เน็ต หรือ IAB = Internet Architecture Board
พ.ศ. 2526 ได้มีการแยกเครือข่ายทหาร ใช้ชื่อว่า “มิลเน็ต” จากอาร์ปาเน็ต ทำให้อาร์ปาเน็ตเหลือ 68 จุดและมิลเน็ตมี 45 จุด ในปีนั้น จอน พอสเทล และคณะประกาศระบบชื่ออาณาเขตอินเทอร์เน็ตหรือ “DNS = Domain Name System” และประกาศใช้ .edu .gov .com .mil .org .net โดยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นหน่วยงานแห่งแรกในเมืองไทยที่ใช้.edu โดย ศ.ดร. ศรีศักดิ์ เป็นผู้ขอจดทะเบียน “ au.edu ”
พ.ศ. 2529 ได้มีการก่อตั้งคณะทำงานด้านวิศวกรรมอินเทอร์เน็ต หรือ “IETF = Internet Engineering Task Force” ขึ้น และ เอ็นเอสเอฟได้จัดตั้งแม่ข่ายใหญ่เชื่อมโยงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 5 เครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยความเร็ว 56,000 บิตต่อวินาที
พ.ศ. 2534 เอ็นเอสเอฟ เปิดให้มีการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการค้า และมีผลกระทบธุรกิจอย่างมากมาย
สมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ
ปัจจุบันมีหน่วยงานหลักที่ช่วยดูแลรับผิดชอบกิจการอินเทอร์เน็ต คือ สมาคมอินเทอร์เน็ต เรียกย่อว่า “ISOC = Internet SOCiety” ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นองค์กร กว่า 100 องค์กร โดยมีการตั้งสมาคมอินเทอร์เน็ต ที่สหรัฐอเมริกา โดยมี วินท์ เซิร์ฟ เป็นนายกก่อตั้ง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นสมาชิกก่อตั้งของสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ
พ.ศ. 2539 สมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติได้อนุมัติการจัดตั้งสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ สาขาประเทศไทย
พ.ศ. 2540 เมื่ออินเทอร์เน็ตเจริญเติบโตมากขึ้นและผู้ใช้มากขึ้น จึงสมควรจะมีกฎหมาย ด้านอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนเสนอคณะกรรมการบริหารสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติสาขาประเทศไทย และคณะกรรมการ ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมายส่งเสริมอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่า นักข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ไม่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยโดยสรุป
แบ่งเป็น 6 ยุคดังต่อไปนี้
ยุคที่ 1 เริ่มตั้งแต่การนำลูกคิดเข้ามาใช้ในประเทศไทย ยุคนี้จบลงตั้งแต่มีการนำเครื่องประมวลผลตาราง เข้ามาในประเทศไทย
ยุคที่ 2 เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 โดยกระทรวงมหาดไทยติดตั้งเครื่องเจาะบัตร เครื่องจัดลำดับและนับบัตร และเครื่องทำตารางเพื่อสำรวจสำมะโนครัวใน พ.ศ. 2490 และ พ.ศ. 2500
ยุคที่ 3 ที่สำคัญที่สุดสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศไทย เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสซิลิกอน วอลเลย์ ในสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระปรีชาสามารถได้ทรง แสดงพระวิสัยทัศน์ความเป็นพระผู้นำและทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่ชาวไทยทั้งหลายให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรวมทั้งการศึกษาในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาได้พยายามตามรอยพระยุคลบาทในรูปแบบต่างๆ อาทิ เมื่อ พ.ศ. 2504 สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือเอไอที ได้ตัดสินใจที่จะจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์แห่งแรกขึ้น ในประเทศไทยด้วยความช่วยเหลือด้านการเงิน ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
ยุคที่ 4 พ.ศ. 2530 เมื่อได้มีการนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่เอไอที โดยได้ตกลงทำสัญญากับภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเมลเบอร์น ออสเตรเลียเพื่อที่จะให้บริการทางด้านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ยุคที่ 5 คือ ยุครัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 โดยรัฐบาลได้ประกาศเริ่มโครงการ นำบริการต่างๆ ของรัฐบาลมาให้ประชาชนได้ใช้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ยุคที่ 6 คือ พ.ศ. 2548 เป็นยุคการศึกษาทางไกลทางอินเทอร์เน็ต หรือยุคอีเลิรน์นิ่ง เมื่อรัฐบาลไทยอนุญาตให้มหาวิทยาลัยไทย ทั้งของรัฐและเอกชนนำหลักสูตรระดับปริญญา ที่เปิดสอนในห้องเรียนอยู่แล้วไปเปิดสอนทางอินเทอร์เน็ต โดยใน พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นแห่งแรกที่นำหลักสูตรปริญญาทั้งหลักสูตรไปเปิดสอนแบบอีเลิร์นนิ่ง
การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างเอไอทีกับออสเตรเลียเป็นการเชื่อมโยงแบบชั่วคราวโดยต่อโทรศัพท์ แต่ละครั้งที่ต้องการเชื่อมต่อ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไดอัลอัพ (Dial-Up)” ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การเชื่อมโยงแบบถาวร โดยการใช้คู่สายเช่าที่เรียกว่า “ลีสด์ไลน์ (Leased Line)” ปลายทางคู่สายเช่าถาวรที่อยู่ในประเทศไทยเรียกว่า “เกตเวย์อินเตอร์เน็ตนานาชาติ (International Internet Gateway)”
พ.ศ. 2534 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งเกตเวย์ระหว่างประเทศแห่งแรกในเมืองไทยด้วยความเร็ว 9,600 บิตต่อวินาที แล้วต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น 64,000 บิตต่อวินาที เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกาที่เวอร์จีเนีย พ.ศ. 2536 เนคเทคเปิดเกตเวย์ระหว่างประเทศแห่งที่สอง ความเร็ว 64,000 บิตต่อวินาที เชื่อมโยงกับสหรัฐอเมริกา ที่เวอร์จีเนีย ใน พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเกตเวย์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ในยุคแรกที่ประเทศไทยเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้นั้น ก็เหมือนกับยุคแรกในสหรัฐอเมริกา คือ ให้ใช้ได้ เฉพาะด้านการศึกษาและวิจัย ต่อมาเมื่อความแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น จึงมีการเปิดบริษัท เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ หรือไอเอสพี (ISP = Internet Service Provider) ขึ้น
ถึง พ.ศ. 2547 ประเทศไทย มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์เดิม 18 ราย และกทช. ได้อนุมัติ ให้เปิดบริการได้อีกกว่า 50 ราย โดยบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์รายแรกที่จดทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย คือ บริษัทเคเอสซี คอมเมอร์เชียล อินเทอร์เน็ต จำกัด
สรุป โดยรวมว่า อินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ. 2512 และอินเทอร์เน็ตมาถึงเมืองไทยครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2530 และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
แหล่งที่มา:
http://swat7928.blogspot.com/2007/09/blog-post_14.html
http://internet.nectec.or.th/webstats/home.iir?Sec=home
http://www.nsrc.org/case-studies/thailand/thai/TH-history-thai.pdf
วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
